main header image

คลีนซิ่ง vs คลีนเซอร์ เอ๊ะ ตกลงเหมือนกันหรือต่างกันยังไง?

คลีนซิ่ง vs คลีนเซอร์ เอ๊ะ ตกลงเหมือนกันหรือต่างกันยังไง?

จริงๆแล้วคำพวกนี้ล้วนมาจากภาษาอังกฤษ จะแตกต่างก็ด้วยการใช้ตามหลักไวยากรณ์ภาษา แต่ความหมายหลักของผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ก็คือการชะล้างสิ่งสกปรกออกจากใบหน้าของเรานั่นเองค่ะ เพราะฉะนั้นวันนี้ Orami เลยขอแบ่งกลุ่มประเภทของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทำความสะอาดใบหน้าออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่เพื่อที่คุณจะได้เลือกใช้ได้ถูกประเภทและเหมาะสมกับสภาพผิว พร้อมแล้วเราไปดูกันเลยดีกว่าค่ะว่าทั้ง 2 กลุ่มนี้มีผลิตภัณฑ์อะไรบ้าง

กลุ่มแรก - Emollient-base cleanser หรือ Make-up remover ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดใบหน้าที่มีคุณสมบัติช่วยละลายสารที่ไม่สามารถละลายในน้ำให้หลุดออกจากใบหน้าได้ เช่น เครื่องสำอาง และครีมกันแดด

และกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ก็ประกอบไปด้วยเนื้อที่ล้างเครื่องสำอางหลากหลายชนิด เช่น

1. Cleansing Water - ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหน้าสูตรน้ำ

วิธีล้างหน้า

หรือ โลชั่นเช็ดเครื่องสำอางสูตรน้ำ ซึ่งมีเนื้อดูเหมือนน้ำใสๆ ให้สัมผัสที่เบาบาง ไม่เหนอะหนะเพราะแทบไม่มีส่วนประกอบของน้ำมันเลย เหมาะสำหรับคนไม่ชอบที่ล้างหน้าเนื้อมัน

ข้อดี: ใช้ลบเครื่องสำอางเฉพาะจุดได้ โดยไม่ทำให้ส่วนอื่นเลอะเลือนไปด้วยเมื่อเทียบกับการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสูตรน้ำมัน

ข้อเสีย: ใช้ทำความสะอาดเครื่องสำอางสูตรกันน้ำ เช่น มาสคาร่า หรือครีมกันแดด ได้ไม่ดีเท่าผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอางสูตรน้ำมัน

2. Cleansing Oil - ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสูตรน้ำมัน

วิธีล้างหน้า

ที่มีส่วนประกอบหลักคือน้ำมันนั่นเอง โดยที่คลีนซิ่งออยล์นั้นไม่ได้จะมีเนื้อสัมผัสที่เหนียวเหนอะหนะเสมอไป เนื่องจากผลิตภัณฑ์ในปัจจุบันนั้นถูกออกแบบให้ล้างออกง่ายแค่เพียงใช้น้ำเปล่าก็สามารถเปลี่ยนจากเนื้อน้ำมันเป็นโฟมล้างหน้าได้

และก็มีหลายครั้งที่หลายคนอาจจะเข้าใจผิดว่าคนผิวมันนั้นจะไม่ควรใช้คลีนซิ่งออยล์ได้ แต่จริงๆแล้วคนผิวมันนั้นควรใช้คลีนซิ่งออยล์เพื่อช่วยลดผิวมันได้ด้วยนะคะ! 

ข้อดี: สามารถทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างล้ำลึก รวมถึงการล้างเครื่องสำอางกันน้ำออกอย่างหมดจด

ข้อเสีย: อาจมีเนื้อที่เหนอะหนะ และต้องล้างออกอย่างพิถีพิถันหน่อย เพราะน้ำมันนั้นจะติดอยู่บนผิวมากกว่าคลีนซิ่งสูตรน้ำที่ล้างออกได้ง่ายนั่นเองค่ะ

3. Cleansing Milk - ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสูตรน้ำนม

 วิธีล้างหน้า

ตัวเนื้อผลิตภัณฑ์จะเป็นสีขาว โดยมีเนื้อสัมผัสที่เหลวกึ่งข้น แต่ไม่มันเยิ้มเหมือนคลีนซิ่งสูตรนน้ำมัน โดยมีส่วนผสมของน้ำและน้ำมันเป็นหลัก ช่วยทำความสะอาด เหมาะสำหรับคนผิวผสมที่ค่อนข้างแห้ง

4. Cleansing Balm - ผลิตภัณฑ์แบบบาล์มหรือเนื้อครีมเข้มข้น

วิธีล้างหน้า

ด้วยตัวเนื้อผลิตภัณฑ์ที่เข้มข้นมากๆนั้น จึงเหมาะกับการล้างเครื่องสำอางที่หนักมากจริงๆ และต้องใช้นวดทั่วใบหน้าเพื่อชำระล้างสิ่งสกปรกออกค่ะ

ข้อดี: ทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึกมากๆ

ข้อเสีย: เนื้อสัมผัสเหนียว อาจต้องล้างออกหลายๆครั้ง

กลุ่มที่สอง - Detergent-base หรือ Water-soluble Cleanser ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้ร่วมกับน้ำในการชะล้างสิ่งสกปรกบนใบหน้า หรือแม้แต่คลีนซิ่งน้ำมันที่มีความเหนอะหนะเล็กน้อยแม้หลังการล้างด้วยน้ำสะอาด ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ในกลุ่มที่สองนี้ก็จะประกอบไปด้วยผลิตภัณฑ์หลายประเภทเช่นกัน เช่น

1. Foam Cleanser - โฟมล้างหน้า

วิธีล้างหน้า

ผลิตภัณฑ์เนื้อสีขาวที่เมื่อถูทั่วใบหน้าจะเกิดฟองเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่นิยมมากๆในบ้านเราค่ะ แต่เมื่อล้างเสร็จอาจทำให้รู้สึกหน้าตึงนิดๆ ให้คุณรีบใช้โทนเนอร์ตามเพื่อปรับสมดุลและเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว เตรียมรับการบำรุงในขั้นตอนต่อๆไปค่ะ

2. Gel Cleanser - เจลล้างหน้า

วิธีล้างหน้า

ผลิตภัณฑ์เนื้อใส ปราศจากส่วนประกอบของน้ำมัน เหมาะสำหรับผิวผสมและผิวมัน

ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าสมัยนี้นั้นล้ำและมีหลากหลายประเภทมากๆ อย่าลืมเลือกชนิดของคลีนซิ่งให้เหมาะกับสภาพผิวและการใช้งานเพื่อดูแลรักษาผิวหน้าให้สะอาด ลดปัญหาสิวและการระคายเคืองที๋มีโอกาสตามมานะคะ แล้ว Orami จะนำเคล็ดลับและเทรนด์บิวตี้แฟชั่นมาฝากคุณใหม่ค่า

Comments

There are currently no comments

New Comment

required

required (not published)

optional

comments
get up close & personal with instagram