main header image

"คำสอนของพ่อ" ที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ที่ทรงเคยพระราชทานมอบให้สมเด็จพระเทพฯ

"คำสอนของพ่อ" ที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ที่ทรงเคยพระราชทานมอบให้สมเด็จพระเทพฯ

สำหรับพสกนิกรชาวไทย ภาพความรักความผูกพันระหว่างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ กับสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นั้นมีให้เห็นมาอย่างยาวนานตลอดหลายปีที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าวันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ จะเสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว แต่คำสอนที่พระองค์ ทรงมอบให้กับพระราชธิดา ก็ยังคงคุณค่าอยู่มิเสื่อมคลาย

รัชกาลที่ 9 สมเด็จพระเทพฯ

ขอบคุณรูปจาก : tnews

จากบทความเทิดพระเกียรติ "สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เทพธิดาในดวงใจไทยทั้งผอง" ในนิตยสาร Secret ฉบับที่ ๙๐ เขียนไว้ว่าเหตุการณ์น่าประทับใจ ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ปี พ.ศ.๒๕๔๗ ซึ่งสะท้อนให้เห็นความห่วงใยและความปรารถนาดีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีต่อพระราชธิดาของพระองค์ก็คือ ในวันนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชหัตถเลขาถึงสมเด็จพระเทพฯ มีใจความว่า

ลูกพ่อ

ในพื้นแผ่นดินนี้

ทุกสิ่งเป็นของคู่กันมาโดยตลอด มีความมืดและความสว่าง ความดีและความชั่ว

ถ้าให้เลือกในสิ่งที่ตนชอบแล้ว

ทุกคนปรารถนานั้นจักสำเร็จลงได้จักต้องมีวิธีที่จักดำเนินให้ไปถึงความสว่างหรือความดีนั้น

ทางที่จักต้องไปให้ถึงความดีก็คือรักผู้อื่น

เพราะความรักผู้อื่น สามารถแก้ปัญหาได้ทุกปัญหา

ถ้าให้โลกมีแต่ความสุขและเกิดสันติภาพ

ความรักผู้อื่นจักเกิดขึ้นได้

พ่อขอบอกลูกดังนี้ ...

๑. ขอให้ลูกมองผู้อื่นว่า เป็นเพื่อนเกิด เพื่อนแก่ เพื่อนเจ็บ เพื่อนตายด้วยกัน ทั้งหมดทั้งสิ้น ไม่ว่าอดีต... ปัจจุบัน...อนาคต

๒. มองโลกในแง่ดี และจะให้ดียิ่งขึ้น ควรมองโลกจากความเป็นจริง อันจักเป็นทางแก้ปัญหาอย่าง ถูกต้อง และเหมาะสม

๓. มีความสันโดษ คือ

-  มีความพอใจเป็นพื้นฐานของจิตใจ พอใจตามมีตามได้คือได้อย่างไร ก็เอาอย่างนั้น ไม่ยึด ติด ขอให้คิดว่ามีก็ดี ไม่มีก็ได้ พอใจตามกำลัง คือมีน้อยก็พอใจตามที่ได้น้อย

-  ไม่เป็นอึ่งอ่างพองลมจะเกิดความเดือดร้อนในภายหลัง

-  พอใจตามสมควร คือทำงานให้มีความพอใจเหมาะสมแก่งาน

-  ให้ดำรงชีพให้เหมาะสมแก่ฐานะของตน

๔. มีความมั่นคงแห่งจิต คือ ให้มองเห็นโทษของความเกียจคร้าน และมองเห็นคุณประโยชน์ของความ เพียร และเมื่อเกิดสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาให้ภาวนาว่า...มีลาภ มียศ สุขทุกข์ปรากฎ สรรเสริญ นินทา เสื่อมลาภ เสื่อมยศ เป็นกฎธรรมดา อย่ามัวโศกานึกว่า "ชั่งมัน"

พ่อ

รัชกาลที่ 9 สมเด็จพระเทพฯ

นี่คือคำสอนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ที่ทรงมอบให้พระราชธิดา และเป็นโชคดีที่สุดของพสกนิกรชาวไทย ที่ต่อมาสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้นำมาเผยแพร่ เพื่อเป็นการแบ่งปันข้อคิดดี ๆ แก่ประชาชนของพระองค์ต่อไป โดยสมเด็จพระเทพฯ มีพระราชปรารถทิ้งท้ายจดหมายนั้นเอาไว้ว่า

“ฉันหวังว่า คำสอนพ่อที่ฉันได้ประมวลมานี้จะเกิดประโยชน์แก่ท่านผู้อ่านที่ได้พบเห็น และลูกอันเป็นที่รักของพ่อทุกคน”

ฉันรักพ่อฉันจัง

สิรินธร

พระราชดำรัสของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในหนังสือในหลวงของเรา ได้กล่าวถึงเสด็จพ่อของพระองค์ได้อีกด้วยว่า

เวลาที่ทรงพระสำราญ คือ เวลาที่เสด็จออกวางโครงการพัฒนาประเทศ และเห็นว่าพระราชดำริคงจะมีประโยชน์ต่อประชาชนในเวลาที่เห็นผลจากโครงการต่าง ๆ อีกประการหนึ่ง สิ่งที่ทำให้ทรงพระสำราญคือ การที่ได้ทอดพระเนตรเห็นประชาชนมีน้ำใจต่อท่านและประชาชนด้วยกัน ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินจะมีส่วนช่วยพระองค์ท่านได้ โดยการช่วยตัวเอง ช่วยเพื่อนร่วมชาติคนอื่น ๆ มีความรัก ความสามัคคี ทำตนเป็นพลเมืองดี เห็นแก่ชาติบ้านเมือง”

รัชกาลที่ 9 สมเด็จพระเทพฯ

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องเล่าของสมเด็จพระเทพฯ เกี่ยวกับ “ข้าวสาร” คัดมาจากบทความตอนหนึ่งใน “บทเรียนจากการนับข้าวสาร” ที่เขียนไว้ในหนังสือความสุขของสมเด็จพระเทพฯ (โกวิท วงศ์สุรวัฒน์) โดยในครั้งนั้น สมเด็จพระเทพฯ ทรงมีพระชนมายุได้เพียง 8 พรรษาเท่านั้น และได้ทูลถาม “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” ว่าข้าวสาร 1 กระสอบมีกี่เม็ด? พระองค์ทรงอธิบายให้พระธิดาฟังว่า ข้าวสาร 1 กระสอบมีน้ำหนัก 100 กิโลกรัม กิโลกรัมหนึ่งมีเครื่องชั่งวัดได้ 10 ขีด ดังนั้นก็เอาภาชนะไปตวงข้าวสารมาชั่งได้ 1 ขีด แล้วก็นับข้าวสารที่ตวงมานั้นมีกี่เม็ด แล้วก็เอา 10 คูณ เสร็จแล้วเอา 100 คูณผลลัพธ์อีกทีก็จะได้จำนวนเม็ดข้าวใน 1 กระสอบ

เมื่อได้ฟังดังนั้น สมเด็จพระเทพฯ ทรงทูลว่า ไม่อยากรู้แล้ว พระองค์จึงสอนต่อไปว่า ไม่ได้หรอก หากถามก็แสดงว่าอยากรู้ ดังนั้นจงไปหาข้าวสารมาตวง และนับเสีย เมื่อได้ผลเป็นอย่างไรให้มาบอกด้วย ว่าข้าวสารหนึ่งกระสอบมีกี่เม็ด เพราะว่าเราก็อยากรู้เหมือนกัน (นางสนองพระโอษได้แต่อมยิ้มเล็ก ๆ)

จึงไม่แปลกใจเลย ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะทรงเป็นเจ้าหญิงที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย ด้วยทรงดำเนินพระราชกรณียกิจสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ เพื่อให้ประชาชนของพระองค์ ได้มีความสุข มีความกินดีอยู่ดีสืบไป

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม

Comments

There are currently no comments

New Comment

required

required (not published)

optional

comments
get up close & personal with instagram