main header image

3 เหตุผลที่ไม่ควรกังวลหากลูกของคุณอ่านหนังสือได้ช้า

3 เหตุผลที่ไม่ควรกังวลหากลูกของคุณอ่านหนังสือได้ช้า

                หลังจากที่ลูกน้อยโตจนถึงวัยที่ต้องเข้าเรียนชั้นอนุบาล พ่อแม่บางคนอาจคาดหวังว่าเจ้าตัวเล็กจะเริ่มอ่าน หรือเขียนหนังสือได้ ซึ่งความจริงแล้วเด็กบางคนอาจยังไม่สามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ค่ะ และเมื่อลูกน้อยทำไม่ได้ตามที่คาดหวัง อาจทำให้ผู้ปกครองบางคนพลอยกังวลว่าลูกจะมีพัฒนาการช้ากว่าเด็กคนอื่นหรือไม่ ซึ่งไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไปค่ะ เราลองมาดูเหตุผลที่ ทำไมคุณถึงไม่ต้องกังวลเรื่องเรื่องนี้กันค่ะ

  1. พัฒนาการด้านการอ่านของเด็กจะเป็นไปตามวัย

เด็กอ่านหนังสือ

                เราต่างก็ทราบกันดีว่า เด็กจะมีพัฒนาการในแต่ละช่วงวัยแตกต่างกัน สำหรับเด็กทารก เขาจะเริ่มเดินได้เมื่อมีอายุ 9 เดือน หรือ 15 เดือน แต่เมื่อกล่าวถึงเรื่องทักษะด้านการอ่าน ช่วงวัยที่บอกได้ว่าเด็กยังคงปกตินั้นจะมีความกว้างมากกว่าค่ะ ทั้งนี้หากคุณไม่สามารถบังคับให้ลูกเดินตอนที่เขาอายุ 10 เดือนได้ฉันใด คุณก็ไม่สามารถบังคับให้ลูกอ่านหนังสือถ้าสมองของเขายังไม่พร้อมได้ฉันนั้น ดังนั้นอย่าเพิ่งวิตกกังวลจนเกินไปค่ะ เพราะเด็กแต่ละคนจะมีพัฒนาการแตกต่างกันไป การที่เขายังอ่านหนังสือไม่ได้วันนี้ มันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะทำมันไม่ได้ในอนาคตค่ะ

  1. อ่านได้ช้า หรืออ่านได้เร็ว ผลก็ไม่ต่างกัน

                มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า เด็กที่สามารถอ่านหนังสือได้เร็วนั้นไม่ได้หมายความว่าเขาจะทำมันได้ดีกว่าเด็กที่อ่านหนังสือได้ช้ากว่าค่ะ นอกจากนี้ยังมีอีกหลายประเทศ เช่น ฟินแลนด์ที่เด็กจะไม่ได้เรียนเกี่ยวกับวิชาการอย่างจริงจังจนกว่าพวกเขาจะมีอายุ 6-7 ปี โดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับสถานะทางสังคม แม้ว่าเด็กในประเทศดังกล่าวจะได้เรียนด้านวิชาการช้า แต่คนในประเทศเขากลับประสบความสำเร็จในด้านการศึกษาค่ะ

  1. การเล่น หรือการสำรวจถือเป็นวิธีที่ทำให้เด็กเติบโต

                มีงานวิจัยถูกนำเสนอออกมาต่อเนื่องว่า เด็กที่อยู่ในช่วงวัยเรียนชั้นอนุบาลควรได้ทำกิจกรรมที่ต้องอาศัยความแอคทีฟ นอกจากนี้ Erika Christakis นักวิจัยเกี่ยวกับเด็กเล็ก และนักเขียน กล่าวว่า มันเป็นเรื่องที่ซื่อเกินไปที่จะสันนิษฐานว่าการเรียนรู้ที่แท้จริงนั้นต้องเกิดในสภาพแวดล้อมที่กดดัน หรือชีทกองโตที่มีอาจารย์เป็นผู้ควบคุม หรืออยู่เบื้องหลัง  อย่างไรก็ดี มีงานวิจัยเมื่อทศวรรษที่ผ่านมานั้นทำให้เรามีมุมมองตรงกันข้าม เพราะแม้ว่าเด็กจะเปรียบได้กับเครื่องจักรเล็กๆ ที่ต้องมีการเรียนรู้อยู่เสมอ แต่พวกเขาจะเกิดกระบวนการเรียนรู้ที่ซับซ้อนเมื่ออยู่ในห้องเรียนที่มีแต่ความสนุกสนาน ไม่มีบทสนทนาที่เป็นทางการ และได้สำรวจสิ่งต่างๆ อย่างเพลิดเพลิน

                เด็กแต่ละคนนั้นจะมีพัฒนาการแตกต่างกันไป การเปรียบเทียบลูกตัวเองกับลูกคนอื่นอาจทำให้คุณคิดมาก และกังวลเกินกว่าเหตุค่ะ ดังนั้นคุณอย่าเพิ่งตื่นตระหนก และเฝ้าสังเกตลูกอย่างใกล้ชิดต่อไปค่ะ

ที่มา: scarymommy

Comments

There are currently no comments

New Comment

required

required (not published)

optional

comments
get up close & personal with instagram